beautyface4u

เชื่อว่าหลายคนคงมีปัญหาสิวเสี้ยนบนใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณจมูก วันนี้มีวิธีกำจัดสิวเสี้ยนง่าย ๆ มาฝาก ตามนี้เลยจ้า

ขั้นที่ 1 เปิดรูขุมขนด้วยไอน้ำ  ทำได้โดยเทน้ำร้อนใส่ชามหรืออ่างล้างหน้าแล้วอังหน้ากับไอน้ำ ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที หรืออาจใช้ผ้าชุบน้ำร้อนแล้วโปะบริเวณที่ต้องการกำจัดสิวเสี้ยน (ระวังอย่าให้น้ำร้อนมากเกินไปเน้อ)

ขั้นที่ 2 สครับผิว  ผสม cleansing oil  กับเกลือขัดผิว หรือโซเดียมไบคาร์บอเนต จากนั้นขัดเบา ๆ บริเวณจมูกหรือบริเวณที่ต้องการกำจัดสิวเสี้ยน เน้นว่าต้องทำเบา ๆ นะจ๊ะ เพราะผิวบางคนแพ้ง่ายอาจเกิดการระคายเคืองและอาจกระตุ้นให้เกิดสิวได้

ขั้นที่ 3 ปิดรูขุมขน เมื่อสิ่งสกปรกหลุดออกไปแล้วเราควรปิดรูขุมขนทุกครั้งเพื่อป้องกันการตกค้างของสิ่งสกปรกจนเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวเสี้ยนและสิวชนิดอื่น ๆ ส่วนวิธีก็ง่ายๆ เลยจ้ะ ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นหลายๆ ครั้ง หรือไม่ก็ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นโปะบริเวณใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที(ตรงข้ามกับวิธีที่1)

การกำจัดสิวเสี้ยนควรทำสัปดาห์ละ 2 ครั้งอย่างสม่ำเสมอจะทำให้เราลดปัญหาเรื่องสิวเสี้ยนไปได้ แต่อย่าลืมแก้ที่ต้นเหตุก็คือการทำความสะอาดใบหน้าอย่างถูกต้องจะช่วยแก้ปัญหาสิวเสี้ยนไม่ให้มากวนใจเราอีก

**โซเดียมไบคาร์บอเนต ซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป ราคาประมาณ 11-12 บา ส่วน cleansing oil แล้วแต่ยี่ห้อ มีตั้งแต่ราคาถูกไปจนถึงแพงเลือกได้ตามใจชอบ

แก่!!  ผู้หญิงแทบจะร้องกรี๊ดขึ้นมาดัง ๆ เมื่อได้ยินคำนี้ มนุษย์ทุกคนเกิดมาล้วนต้อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย แต่แน่นอน คำว่า แก่ เจ็บ ตาย เราอยากอยู่ให้ห่างมันที่สุด ถึงแม้สุดท้ายแล้วเราทุกคนหลีกเลี่ยงมันไม่พ้น แต่เราก็มีวิธีชะลอหรือยับยั้งมันไว้ให้นานที่สุดได้ คุณอาจเคยเห็นคนที่อายุขึ้นเลข 3 หรือ 4 แล้วแต่ยังสวยเช้งอยู่เลย ต่างจากบางคนที่อายุแค่ 25-26 แต่หน้าตาก้าวล้ำไปมาก นึกว่าอายุ 35-40 นี่ไม่ได้เวอร์นะจ๊ะ มันเรื่องจริง หลายคนคงเริ่มเครียดว่าตกลงตัวเองหน้าอ่อนหรือหน้าแก่ ว่าแล้วก็เอากระจกมาส่องดู55

ความแก่แท้จริงแล้วมีสาเหตุมาจากอะไร? จริง ๆ แล้วมีหลายสาเหตุด้วยกัน แต่ที่สำคัญที่จะกล่าวถึงในวันนี้คือ อนุมูลอิสระ (free radical) เนื่องจากอนุมูลอิสนะเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของความแก่เลยก็ว่าได้

อนุมูลอิสระ เกิดจากปฏิกิริยาปกติภายในร่างกาย แต่ถูกเร่งให้เกิดมากขึ้นกว่าเดิมด้วยพฤติกรรมบางอย่าง เช่น ความเครียด การอดนอน การสูบบุหรี่ การกินอาหารที่ไม่สมดุล ฯลฯ อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจะไปทำลายโครงสร้างของคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น กระบวนการผลิตเม็ดสีมีความผิดปกติ มีจุดด่างดำได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นอนุมูลอิสระยังทำให้หลอดเลือดผิดปกติทำให้อาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงผิวหนังลดลง ผิวหนังขาดความแข็งแรง เห็นหรือยังว่าอนุมูลอิสระร้ายกาจขนาดไหน เพราะฉะนั้นหากไม่อยากแก่เราจึงต้องหาวิธียับยั้งอนุมูลอิสระ วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือบริโภคอาหารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี วิตามินอี ฯลฯ แต่ปัจจุบันพบว่า ชาเขียวสามารถต้านอนุมูลอิสระได้มากกว่าวิตามินซีถึง 100 เท่า และมากกว่าวิตามินอี 25 เท่า แค่นี้ก็เป็นเหตุผลที่เพียงพอแล้วในการดื่มชาเขียวทุกวัน

ชาเขียวเป็นชาที่ไม่ผ่านกระบวนการหมัก ยังมีสารอาหารที่สำคัญครบถ้วน หากต้องการดื่มชาให้เกิดผลดีควรดื่มวันละ 4 ถ้วยขึ้นไป นอกจากช่วยต้านอนุมูลอิสระชะลอความแก่แล้ว ชาเขียวยังสามารถช่วยลดความอ้วนได้อีกด้วย

ผิวแตกลายเกิดจากผิวหนังมีการหด-ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้โครงสร้างของคอลลาเจนเกิดการเปลี่ยนแปลงไป  สวนมากพบในกรณีที่มีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของน้ำหนักอย่างรวดเร็ว หรือหน้าท้องแตกลายจากการตั้งครรภ์ เมื่อผิวหนังเริ่มแตกจะมีสีแดงและค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นสีขาว

วิธีแก้ไขเบื้องต้น

1. ทาผิวบริเวณที่แตกลายด้วย เรติน-เอ (tretinoin) ผิวหนังจะค่อยๆผลัดเซลล์ผิวเก่าออก ควรทาเป็นประจำทุกวัน (**ห้ามทาขณะตั้งครรภ์)

2. ทาผิวบริเวณที่แตกลายด้วยวิตามินซี วิตามินซีจะกระตุ้นให้ผิวบริเวณนั้นสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่

3. สครับผิว และทามอยส์เจอไรเซอร์ เป็นประจำ

วิธีที่กล่าวมานี้ต้องอดทนและใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล แต่หากหวังผลในระยะยาวจริงๆ วิธีเหล่านี้ช่วยลดปัญหาลงได้ค่ะ ส่วนวิธีที่รวดเร็วทันใจก็ต้อง Fraxel laser แล้วล่ะค่ะ แต่ก็เช่นเดียวกันคือไม่สามารถรักษาให้หายได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ทางที่ดีคือป้องกันไว้ก่อน ไม่ปล่อยให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลงฮวบฮาบ หรือเมื่อเกิดรอยแดงใหม่ ๆ ก็ควรเริ่มหายามาทา การป้องกันไว้แต่เนิ่นๆจะทำให้รอยแตกลายเกิดขึ้นน้อยลงและจางลงเร็วกว่าการปล่อยให้รอยเปลี่ยนไปเป็นสีขาว

ปัญหาที่เกี่ยวกับผิวพรรณต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหา + การดูแลอย่างสม่ำเสมอ วิธีเหล่านี้มีคนทำและช่วยลดปัญหาลงได้จริง ถ้าอยากสวยก็ต้องอดทนนะจ๊ะสาว ๆ


เชื่อว่าหลายคนคงมีปัญหาเกี่ยวกับริมฝีปาก ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปากแห้งแตก หรือริมฝีปากดำคล้ำไม่น่ามอง วันนี้มีเคล็ดลับในการดูแลริมฝีปากมาฝากค่ะ เน้นแก้ไขปัญหาริมฝีปากดำคล้ำนะคะ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ริมฝีปากที่ดำคล้ำของเรามีสาเหตุมาจากอะไร หากเกิดจากกรรมพันธุ์ก็คงจะแก้ไขได้ยาก แต่ก็อาจทำให้ดีขึ้นได้นิดหน่อย แต่หากเกิดจากพฤติกรรมหรือปัจจัยอื่นอันนี้มีทางแก้ไขได้ค่ะ เป็นวิธีง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันแต่ต้องหมั่นทำอย่างสม่ำเสมอนะคะ

1. ใช้ lip ที่มีสารป้องกันรังสียูวี ค่า SPF 15 ขึ้นไป ปัจจุบันมีหลากหลายยี่ห้อ ที่ตัวเองใช้อยู่ก็มี carmex (SPF 15), maybelline (SPF 15), oriental princess (SPF 25) และ blistex (SPF 30) เนื่องจากแสงแดดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวเรารวมถึงริมฝีปากมีสีดำคล้ำ เพราะฉะนั้นนอกจากผิวหน้าและผิวกายแล้วอย่าลืมทาlip ป้องกันรังสี UV บริเวณริมฝีปากด้วยนะคะ

2. เลิกดื่มชา กาแฟ หรือหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็หันมาใช้หลอดดูดแทน

3. ลิปสติกบางชนิดอาจผสมสารกันบูด หรือไม่ได้มาตรฐานทำให้ริมฝีปากดำคล้ำขึ้นได้ หากสงสัยว่าปากคล้ำเพราะสาเหตุนี้ทางที่ดีคือลองเปลี่ยนลิปสติกที่ใช้อยู่ค่ะ

4. ลิปสติกที่มีความมันวาวมากๆ  มักจะดูดแสงทำให้ปากดำคล้ำกว่าเดิม

5. สครับริมฝีปากเพื่อผลัดเซลล์ผิว วิธีการง่าย ๆ คือ ก่อนอาบน้ำให้ทาปิโตรเลียมเจล หรือวาสลีนเพื่อเก็บกักไอน้ำระหว่างอาบน้ำ เมื่ออาจน้ำเสร็จให้ใช้ผ้าเช็ดตัวเปียกถูริมฝีปากเบาๆ หรืออาจใช้สูตร น้ำตาลทรายผสมกับน้ำผึ้ง+วาสลีน สครับปากเป็นประจำก็จะเป็นการขจัดเซลล์เก่าที่ตายแล้วและเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต รวมถึงเติมความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากได้ค่ะ

6. ทาลิปบาล์มหรือลิปแคร์เป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนนอน เพื่อเป็นการเก็บกักความชุมชื้น

7. ผักหรือผลไม้บางชนิดเช่น หอม กระเทียม มะม่วง สับปะรด ฯ มีสาร โซราเลน (psoralen) เมื่อทำปฏิกริยากับรังสี UV จะทำให้ปากมีสีดำคล้ำ ฉะนั้นหลังรับประทานพืชผักเหล่านี้เราควรเช็ดหรือล้างบริเวณริมฝีปากเสมอ

8. ทาวิตามิน E  บริเวณริมฝีปาก ควรทาเป็นประจำเพื่อเป็นการดูแลริมฝีปากให้สดใสและดูอวบอิ่มอยู่เสมอ

วิธีพวกนี้เป็นวิธีง่าย ๆ เราทำเองได้ในชีวิตประจำวัน แต่หากใครมีปัญหาที่เกิดจากกรรมพันธุ์หรืออาจเกิดจากโรคบางชนิด คงต้องพึ่งคลินิกเสริมความงามโดยใช้วิทยาการสมัยใหม่เช่น laser เห็นผลรวดเร็วทันใจ แต่ค่าใช้จ่ายก็สูงพอดูค่ะ

ใครๆ ก็อยากมีใบหน้าเนียนใส ดูเปล่งปลั่งกันทั้งนั้น เมื่อรู้สึกว่าหน้าตาหม่นหมอง มีสิวเสี้ยน ริ้วรอยและจุดด่างดำมาเยือน ลองใช้สูตรนี้ปรับสภาพผิวหน้า ทำเองได้ง่ายๆที่บ้านจ้าาา

ส่วนผสม

สตรอเบอร์รี่   ประมาณ 6 ผล

นมเปรี้ยว       1 ช้อนโต๊ะ

ถั่วเขียวต้ม     3 ช้อนโต๊ะ

ปั่นสตรอเบอร์รี่รวมกับนมเปรี้ยว(หากไม่มีเครื่องปั่นอาจใช้วิธีสับเป็นชิ้นเล็กๆแล้วบดอีกที) ส่วนถั่วเขียวต้มนำมาบดให้ละเอียดจากนั้นคลุกเคล้ารวมกันกับสตรอเบอร์รี่ปั่น นำมาพอกหน้าประมาณ 15 นาที ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง สิ้วเสี้ยน ริ้วรอย จุดด่างดำจะจางลง นอกจากนี้ผิวยังจะเนียนนุ่มน่าสัมผัสอีกด้วย

ได้ฤกษ์รีวิวซะที หลังจากง่วนอยู่กับการเขียนบทความมาหลายวัน รีวิวแรกของเจ้าของ blog ขอนำเสนอครีมมะขามพะเยา ของดีเมืองพะเยาซึ่งเป็นที่เลื่องลือกันมานาน ณ โต๊ะเครื่องแป้ง เว็บพันทิปที่เราแอบสิงสถิตย์มาหลายปี 55 (แอบอ่านอย่างเดียว)
หน้าตาของเจ้าครีมมะขามพะเยาก็ดังที่เห็น มีลักษณะเป็นครีมสีน้ำตาลเกือบดำ ที่ฉลากบอกส่วนผสมดังนี้ : มะขาม ขมิ้น น้ำผึ้ง นมสด ว่านหางจระเข้ (ไม่ใส่สารกันบูด)
วิธีใช้ก็แสนง่าย เพียงแค่เอาครีมมะขามผสมน้ำเพียงเล็กน้อยนำมาพอกบริเวณที่ต้องการ นวดเบาๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด (ในระหว่างพอกจะรู้สึกคันหน้ายิบๆ)
หลังจากลองใช้มาประมาณ 1 เดือน ขอบอกว่ามันดีจริงสมคำร่ำลือ ผิวใสขึ้นจริงๆ สำหรับคนที่จะลองใช้ก็ขอแนะนำเลยกับสินค้า Otop ตัวนี้ แต่อย่าลืมนะว่ามันมีคุณสมบัติเป็น AHA (ความเข้มข้นประมาณ 4%) ฉะนั้นต้องทาครีมกันแดดเป็นประจำ รับรองว่าภายในเวลาไม่เกิน 2 เดือน ผิวคุณจะใสขึ้นและริ้วรอยจุดด่างดำจางลงอย่างแน่นอน


**สำหรับชาวขอนแก่นหาซื้อได้ที่ตลาดเปิดท้ายหลังคอมเพล็กซ์ ราคากระปุกเล็ก กระปุกละ 30-35 บาท ใช้พอกหน้าได้ประมาณ 1 เดือน ถ้าพอกตัวอาจใช้ 2 กระปุก/เดือน

AHA (alpha hydroxy acid) หรือที่เรารู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า กรดผลไม้ (fruity acid) มีคุณสมบัติในการผลัดเซลล์ผิว เผยผิวใหม่ที่อ่อนเยาว์และสดใสกว่า ในปัจจุบันนิยมนำมาผสมในเครื่องสำอางเพื่อผิวขาวใส ผลิตภัณฑ์ AHA ที่ขายตามท้องตลาดทั่วไปส่วนมากจะมีความเข้มข้นประมาณ 8-10 %  AHA ที่นิยมใช้ คือชนิด  glycolic acid และ lactic acid

เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า AHA ทำให้ผิวหน้าเราขาวใสขึ้นได้จริงแต่ต้องทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอห้ามลืมโดยเด็ดขาด เพราะเซลล์ผิวใหม่จะไวต่อแสงมากกว่าปกติ สำหรับวันนี้ก็มี สูตร DIY จากธรรมชาติที่หลายๆ คนคงรู้จักดี คือ สูตรหน้าขาวใสด้วยน้ำผึ้งผสมมะนาว

ส่วนผสม

น้ำผึ้ง    1  ถ้วย

มะนาว  1  ช้อนชา

ผสมน้ำผึ้งกับมะนาวเข้าด้วยกัน จากนั้นนำมาพอกและนวดหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

why ? น้ำมะนาวเป็นกรดผลไม้ที่ได้จากธรรมชาติ มีค่า pH ประมาณ 2 (อาจจะทำให้รู้สึกคันหน้ายิบๆ) จึงสามารถทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิว แต่ควรทำเป็นประจำจึงจะเห็นผลชัดเจน ส่วนน้ำผึ้งมีคุณสมบัติเป็น moisturizer และยังมีวิตามินหลายชนิดช่วยบำรุงผิว สูตรนี้ทำบ่อยๆ รับรองผิวหน้าขาวใส เห็นผลแน่นอนจ้า…

ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.flickr.com/photos/jamesrbowe/3351247547/